ถนนคอนกรีต (Concrete Road) คือถนนที่มีพื้นผิวที่ทำจากวัสดุคอนกรีต เหมาะสำหรับรับน้ำหนักยานพาหนะที่มีน้ำหนักมากและมีการจราจรที่สูง เนื่องจากถนนชนิดนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและไม่ต้องบำรุงรักษามากเท่ากับการทำถนนแบบอื่น ทำให้การทำถนนคอนกรีตจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อเทียบกันต่อตารางเมตร ที่รุ่งสิริวัฒน์การทำถนนคอนกรีต เราจะเริ่มจาก

  1. การสำรวจหน้างาน: เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ว่าจ้างและเราเข้าใจและวางแผนการดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งานของถนนคอนกรีต การสำรวจหน้างานจะมีการ
  • การตรวจสอบสภาพแวดล้อม: ตรวจลักษณะกายภาพของหน้างานเพื่อดูการไหลของน้ำ แนวท่อประปา ระบบไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคในขณะทำงาน
  • การวางแผนงานจราจร: ในหลายกรณี ถนนที่จะสร้างจะเกี่ยวเนื่องกับการใช้ถนนสาธารณะ การวางแผนงานจราจรจะช่วยลดปัญหาการสัญจรของผู้ร่วมใช้ทางท่านอื่นและสามารถทำให้งานสำเร็ตลุล่วงในเวลาที่กำหนด
  1. การเตรียมพื้นที่: หลังจากสำรวจหน้างานเรียบร้อยแล้ว เราจะทำการวัดและเตรียมระดับสำหรับงานก่อสร้าง ซึ่งการวัดระดับจะทำเพื่อให้ถนนมีความเรียบ สวยงานและให้ถูกต้องเป็นไปตามทิศทางไหลของน้ำ
  2. การสร้างพื้นฐาน: จะเป็นการเติมดินหรือวัสดุอื่นตามที่กำหนด ทำเพื่อให้พื้นฐานมีความแข็งแรงและเหมาะสมสำหรับการเทคอนกรีต และยังเพื่อประโยชน์สำหรับการระบายน้ำ ที่รุ่งสิริวัฒน์เราจะให้ความสำคัญกับการทำพื่นฐานเป็นอย่างมากเพราะการเตรียมพื้นฐานที่ไม่ดี จะทำให้เกิดปัญหาของโครงสร้างถนนเช่น การเกิดรอยแตกซึ่งจะทำให้ถนนสูญเสียความแข็งแรง และจะทำให้ผู้จ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเพิ่มเติมในอนาคต
  3. การตั้งแบบ: การตั้งแบบหรือการติดตั้งฟอร์มทำเพื่อให้การเทคอนกรีตเป็นไปในรูปแบบที่ต้องการ โดยแบบจะทำมาจากไม้ (เรียก “ไม้แบบ” หรือเหล็ก เรียก “เหล็กแบบ”) โดยเราจะติดตั้งให้แน่นและสนิทกับแนวพื้นดิน การตั้งแบบจะเป็นการแบ่งแยกพื้นที่ของถนนเป็นช่วงๆเพื่อให้สอดคล้องกับการเทคอนกรีต ซึ่งถ้าถนนมีความยาวมากการเทคอนกรีตมักจะไม่เทเสร็จในวันเดียว และการแบ่งการเทคอนกรีตเป็นช่วงๆก็เพื่อทำให้คอนกรีตมีเวลาแห้ง เป็นการควบคุมการแข็งตัว และลดการเปลี่ยนรูปของคอนกรีต
  4. การเตรียมคอนกรีต: ที่รุ่งสิริวัฒน์ เราจะใช้ปูนซีเมต์พอร์ตแลนด์ (Portland Cement Concrete) จากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐาน มอก. ผู้ว่าจ้างจึงมั่นใจได้ว่าจะได้ใช้ถนนที่มีความแข็งเรงและแข็งแกร่งเต็มมาตรฐาน ค่ามาตรฐานความแข็งของคอนกรีตปูนซีเมนต์พอรต์แลนด์สำหรับถนนที่เป็นการใช้งานทั่วไป นิยมใช้ที่ค่าความแข็ง 280 ksc และสามารถเพิ่มเป็น 300 หรือ 320 ksc ถ้าถนนเส้นนี้จะมีรถบรรทุกหนักวิ่งใช้งานเป็นประจำ
  5. การเทคอนกรีต: หลังจากตั้งแบบและเตรียมคอนกรีตสำหรับเทเรียบร้อยแล้ว เราจะเข้าสู่ขั้นตอนการเทคอนกรีต ซึ่งจะทำการเทเป็นชั้นๆจนถึงความหนาที่ต้องการ และหลังจากนั้นจะใช้เครื่องมือเพื่อปรับระดับและทำให้พื้นผิวของถนนเกิดความเรียบ
  6. การบ่มคอนกรีต: การบ่มคอนกรีตเป็นขั้นตอนในช่วงท้ายๆก่อนที่จะเริ่มเปิดใช้งานจริง การบ่มคอนกรีตทำเพื่อให้แข็งตัวและมีความแข็งแรงสูงและลดโอกาสในการแตกร้าวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การบ่มคอนกรีตจะทำโดยการฉีดน้ำเลี้ยงหน้าผิวคอนกรีตและใช้ผ้ากระสอบคลุมทับไว้ แต่ในปัจจุบันนี้นิยมใข้น้ำยาสำหรับบ่มคอนกรีตโดยเฉพาะเป็นตัวบ่ม การบ่มคอนกรีตทำได้ในระยะ 3 ถึง 7 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น
  7. การตรวจสอบและทดสอบคุณภาพ: ที่รุ่งสิริวัฒน์ก่อนการส่งมอบงานเราจะทำการทดสอบคุณภาพของถนน เช่นดูความเรียบ และทดสอบความหนาแน่นและแช็งแรง โดยจะส่งตัวอย่างของลูกคอนกรีตไปทดสอบกับหน่วยงานที่เป็นกลางและได้มาตรฐานเช่น แขวงทางหลวง หรือสำนักทางหลวง ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างมั่นใจได้ว่าถนนคอนนกรีตที่จะรับส่งมอบและใช้งานได้มาตรฐานสูงสุดตามที่ตกลง